นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากข้อสั่งการของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้กรมประมงเร่งจัดตั้งจุดรับซื้อและประชาสัมพันธ์ข้อมูลจุดรับซื้อ รวมถึงวิธีการรับซื้อสู่สังคมอย่างชัดเจน โดยมอบหมายให้ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด กรมประมงกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ภายใต้ 7 มาตรการสำคัญ โดยเฉพาะมาตรการที่ 1 การควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด โดยการจับออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติด้วยเครื่องมือประมงที่มีประสิทธิภาพ และกำจัดจากบ่อเพาะเลี้ยงด้วยกากชา และมาตรการที่ 3 การนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์ เช่น การแปรรูป ให้มีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ ซึ่งในขณะนี้ได้มีการจัดตั้งจุดรับซื้อขึ้นทุกพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด จำนวน 75 จุด โดยการันตีราคารับซื้อที่กิโลกรัมละ(ก.ก.) 15 บาท ก่อนรวบรวมปลาหมอคางดำที่รับซื้อไว้ส่งให้สถานีพัฒนาที่ดินแต่ละพื้นที่ผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ เพื่อส่งมอบให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำไปแจกจ่ายแก่เกษตรกรในโครงการแปลงใหญ่เพื่อนำไปใช้ในพื้นที่สวนยางกว่า 200,000 ไร่ โดยเปิดจุดรับซื้อปลาหมอคางดำเป็นระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ส.ค. และหากสิ้นสุดระยะเวลารับซื้อแล้วกรมประมงและ กยท. จะร่วมกันพิจารณาการขยายเวลารับซื้ออีกครั้ง

ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มรับซื้อ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. มีเกษตรการชาวประมง นำปลาหมอคางดำมาขาย ณ จุดรับซื้อทั่วประเทศ จำนวน 6,024 ก.ก. แบ่งเป็น จับจากบ่อเพาะเลี้ยงของเกษตรกร จำนวน 4,679 ก.ก. และจับจากแหล่งน้ำธรรมชาติ 2,198 กิโลกรัม วันที่ 2 สิงหาคม มีเกษตรกรชาวประมง นำปลาหมอคางดำมาขาย 17,074 ก.ก. และในวันที่ 3 ส.ค. มีเกษตรกรชาวประมง นำปลาหมอคางดำมาขาย 17,645 ก.ก. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดแยกแหล่งที่มา โดยมีทั้งการจับจากบ่อเพาะเลี้ยงของเกษตรกร บ่อร้าง และแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ในภาพรวมที่กรมประมงตั้งจุดรับซื้อและเริ่มรับซื้อในราคาก.ก.ละ 15 บาท มา 3 วัน มีเกษตรกรนำปลาหมอคางดำมาขายแล้ว รวม 40,743 ก.ก. ได้จัดส่งให้กรมพัฒนาที่ดิน เพื่อนำไปผลิตปุ๋ยหมักไปแล้วกว่า 38,412 ก.ก. และคาดการณ์ได้ว่าปริมาณการรับซื้อจะเพิ่มขึ้นอีกในวันต่อไป เนื่องจากขณะนี้เกิดความตื่นตัวในการเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาของภาคประชาชน และด้วยราคาที่กรมประมงรับซื้อ รวมถึงขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากนั้น ยิ่งทำให้เป็นที่สนใจของเกษตรกรชาวประมงเป็นวงกว้าง

ที่สำคัญ ต้องขอเน้นย้ำถึงผู้ขายรายย่อย (เกษตรกร ชาวประมง) ว่า ขั้นตอนการนำปลาหมอคางดำมาขายนั้น ไม่มีเงื่อนไขกำหนดในการรับซื้อ สามารถนำมาขาย ณ จุดรับซื้อต่าง ๆ ได้ในราคาก.ก.ละ 15 บาท ไม่จำกัดจำนวน แต่หากเกษตรที่มีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทบ. 1) จับจากบ่อตนเอง ให้แจ้งข้อมูล ทบ.1 กับเจ้าหน้าที่ ณ จุดรับซื้อ เพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูลต่อไป ทั้งนี้ กรมประมงขอความร่วมมือแจ้งแหล่งน้ำที่จับและเครื่องมือที่จับกับเจ้าหน้าที่ ณ จุดรับซื้อ เพื่อบันทึกเป็นข้อมูลสำหรับใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำต่อไป

