พิธีเปิดกิจกรรม “วันท่องเที่ยวจีน 19 พฤษภาคม” และการแข่งขันประกวด คลิปวิดีโอสั้น “ฉันอยากไปจีน” ครั้งที่ 4 จัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร

วันที่ 19 พ.ค. สำนักงานการท่องเที่ยวจีนแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ จัดพิธีเปิดกิจกรรม “วันท่องเที่ยวจีน 19 พ.ค.” และพิธีเปิดโครงการประกวดคลิปวิดีโอสั้นสร้างสรรค์ “ฉันอยากไปประเทศจีน” ครั้งที่ 4 อย่างยิ่งใหญ่ ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งประเทศไทย น.ส.ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ตลอดจน นายจาง รั่วอวี๋ ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีนและสำนักงานการท่องเที่ยว แห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติจากทั้งจีนและไทยเข้าร่วมงานและกล่าวสุนทรพจน์

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวคุณภาพ ร่วมออกเดินทางสู่ผืนแผ่นดินอันงดงาม” โดยมีตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สื่อมวลชน และครีเอเตอร์สื่อออนไลน์ของไทยและจีนเข้าร่วมหลายร้อยคน บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและอบอุ่น

ในการกล่าวสุนทรพจน์ นายจาง เจี้ยนเว่ย กล่าวว่า จีนและไทยเป็นสองประเทศที่ “อยู่ใกล้กัน ประชาชนสนิทใกล้ชิดกัน และมีสายสัมพันธ์ทางใจที่เชื่อมโยงถึงกัน” โดยคำว่า “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” เป็นความรู้สึกจริงใจที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เมื่อปีที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศได้ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต และ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเยือนประเทศจีนอย่างประสบความสำเร็จ เปิดศักราชใหม่แห่ง “50 ปีทองของมิตรภาพจีน–ไทย” เขายังกล่าวว่า ปีนี้เป็นปีเริ่มต้นของแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีน และเป็นปีแห่งการบริหารงานของรัฐบาลชุดใหม่ของไทย ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศและความหวังใหม่ ๆ

นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า วันที่ 19 พ.ค. คือ “วันท่องเที่ยวจีน” โดยเมื่อกว่า 400 ปีก่อน นักเดินทางชื่อดังของจีน สวี เสียเค่อ ได้ออกเดินทางในวันนี้ และใช้เวลากว่า 30 ปีในการท่องทั่วแผ่นดินจีน พร้อมแสดงความหวังว่าเพื่อนชาวไทยทุกคนจะได้เดินทางไปสัมผัสและทำความรู้จักประเทศจีนด้วยตนเองเช่นเดียวกับสวี เสียเค่อ สำหรับการแข่งขันประกวดคลิปวิดีโอสั้นสร้างสรรค์ “ฉันอยากไปจีน” ครั้งที่ 4 ที่เปิดตัวในวันนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่กระแส “Becoming Chinese” กำลังได้รับความนิยมอย่างมากบนสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งรถไฟความเร็วสูง ชมการแสดงโดรน สัมผัสศาสตร์การแพทย์แผนจีนและการนวดแบบจีน สวมชุดฮั่นฝู ดื่มน้ำร้อน หรือรับประทานหม้อไฟ ล้วนกลายเป็นประสบการณ์ยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยวจีนในปัจจุบัน ปัจจุบันจีนและไทยได้ยกเว้นการตรวจลงตราระหว่างกัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้เพียงพกหนังสือเดินทาง และพำนักได้ครั้งละ 30 วัน พร้อมเชิญชวนเพื่อนชาวไทยทุกคนไปค้นพบประเทศจีนที่แท้จริง มีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยเสน่ห์รอบด้าน

ในการกล่าวสุนทรพจน์ นายสุรศักดิ์ได้กล่าวชื่นชมอย่างสูงถึงความสำคัญของความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนและไทย พร้อมทั้งทบทวนผลสำเร็จของความร่วมมือเชิงปฏิบัติระหว่างสองประเทศตลอดระยะเวลา 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ไม่ว่าจะเป็นด้านการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า การขยายเส้นทางการบิน และการกำกับดูแลด้านความปลอดภัย อีกทั้งยังแสดงความพร้อมที่ฝ่ายไทยจะร่วมมือกับฝ่ายจีนอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายขนาดการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ และร่วมกันผลักดันการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค รวมถึงการแลกเปลี่ยนด้านมนุษยธรรมและวัฒนธรรมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ด้าน น.ส.ภัทรอนงค์ ได้กล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวจีนด้วยความอบอุ่น โดยระบุว่า การแข่งขันคลิปวิดีโอสั้นสร้างสรรค์ในครั้งนี้ ใช้รูปแบบการสื่อสารที่ทันสมัยและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ผ่านสื่อดิจิทัล ซึ่งจะช่วยให้เยาวชนไทยรุ่นใหม่ได้รู้จักประเทศจีนในมุมมองใหม่ ๆ และกระตุ้นความสนใจในการเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศจีนมากยิ่งขึ้น พร้อมยืนยันว่าฝ่ายไทยยินดีเดินหน้าร่วมมือกับฝ่ายจีนในด้านการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยว และการตลาดร่วมกัน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวจีน–ไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ขณะเดียวกัน นายจาง รั่วอวี๋ ได้กล่าวทบทวนผลสำเร็จอันโดดเด่นของการแข่งขันคลิปวิดีโอสั้นทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา พร้อมชี้ว่า ในปี 2025 จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางเยือนจีนเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงพลังขับเคลื่อนและศักยภาพอันแข็งแกร่งของความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างจีนและไทย เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เปิดตัวกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อประชาชน ภายใต้โครงการ “入境友好” เนื่องในโอกาสวันท่องเที่ยวจีน 19 พ.ค. โดยจะเดินหน้าพัฒนาบริการด้านการท่องเที่ยวขาเข้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการรองรับหลายภาษา ความสะดวกในการชำระเงินข้ามพรมแดน และสิทธิพิเศษต่าง ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติให้สะดวกและประทับใจยิ่งขึ้น

ในกิจกรรมสำคัญของงานครั้งนี้ การแข่งขันคลิปวิดีโอสั้นสร้างสรรค์ “ฉันอยากไปประเทศจีน” ครั้งที่ 4 ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการร่วมเป็นสักขีพยานของแขกผู้มีเกียรติและผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน การแข่งขันดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เพื่อนชาวไทยใช้มุมมองผ่านเลนส์กล้อง ถ่ายทอดและแบ่งปันภาพลักษณ์ของประเทศจีนในสายตาของตนเอง พร้อมนำเสนอเสน่ห์ของธรรมชาติ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และภาพลักษณ์ความทันสมัยของจีนสู่สาธารณชน

ในฐานะหน่วยงานผู้สนับสนุนการแข่งขันประจำปีนี้ สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลซานตง ได้นำเสนอช่วงประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม “Friendly Shandong” หรือ “มิตรไมตรีแห่งซานตง” อย่างน่าสนใจภายในงาน ผู้แนะนำการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมจาก จี่หนาน ได้ถ่ายทอดเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองแห่งน้ำพุอย่างมีชีวิตชีวา ขณะที่ตัวแทนจาก Shandong Airlines ได้แนะนำบริการเส้นทางการบินระหว่างจีน–ไทยที่สะดวกสบายอย่างละเอียด นอกจากนี้ คุณเกมส์ KOL ชาวไทย ยังได้แบ่งปันประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในมณฑลซานตงผ่านมุมมองและประสบการณ์จริงของตนเอง ขณะเดียวกัน ตัวแทนจาก UnionPay International ได้แนะนำแอปพลิเคชันการท่องเที่ยวขาเข้าแบบครบวงจร “nihao China” ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทยในการเดินทางไปประเทศจีน ทั้งด้านการชำระเงินและบริการด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ มีการอุ่นเครื่องก่อนเริ่มงานอย่างเป็นทางการ กิจกรรมเปิดประสบการณ์ “สวนสนุกแห่งมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 พ.ค. ได้จุดประกายความสนใจและสร้างบรรยากาศคึกคักให้แก่ประชาชนล่วงหน้าเป็นอย่างมาก ภายในงาน ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ ได้เนรมิตพื้นที่จัดแสดงให้กลายเป็นเวิร์กชอปมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจีน โดยรวบรวมการสาธิตและกิจกรรมจากมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจีนจำนวน 12 รายการ อาทิ งานตุ๊กตาขนสัตว์ งานปั้นแป้ง ว่าวจีน ภาพวาดน้ำตาล ศิลปะตัดกระดาษ หนังเงาจีน ชากังฟูแต้จิ๋ว รวมถึงงานศิลป์พื้นบ้านจากมณฑลซานตง เช่น เครื่องเขินประดับมุกชิงเต่า งานแก้วหลิวหลีจือโป๋ ภาพพิมพ์ไม้หยางเจียปู้แห่งเหวยฟาง งานแกะสลักน้ำเต้าตงชางแห่งเหลียวเฉิง และภาพศิลป์จากธัญพืชแห่งตงหมิง เมืองเหอเจ๋อ เป็นต้น ประชาชนชาวไทย คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนนานาชาติ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายภาคส่วน ต่างได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์การประดิษฐ์งานศิลป์ด้วยตนเองภายใต้การแนะนำของผู้สืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด พร้อมเรียนรู้และสัมผัสเสน่ห์แห่งจิตวิญญาณช่างฝีมือจีนอย่างอบอุ่นและมีชีวิตชีวา