“ชาวจันท์”ปลื้มได้ฟังวงไทยซิมโฟนีฯ ย้อนรำลึก“ท่าสยาม ท่าเรือนานาชาติจันทบุรี”ในวาระยูเนสโกยกย่องสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ครบรอบ 100 ปี พระราชกรณียกิจด้านการศึกษาฯ รองนายกฯและ รมว.อว. ชื่นชม“วช.”-มูลนิธิอาจารย์สุกรีฯ ร่วมสรรค์สร้างนวัตกรรมทางดนตรี-วัฒนธรรม
มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดแสดงดนตรี “ท่าสยาม ท่าเรือนานาชาติจันทบุรี” เพื่อรำลึกถึงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ในวาระที่องค์การยูเนสโก (UNESCO) เฉลิมพระเกียรติครบ 100 ปี ภายใต้โครงการวิจัยดนตรีประจำชาติ เพื่อพัฒนาศักยภาพความเป็นเลิศและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านดนตรี สร้างคนดนตรีและวัฒนธรรมดนตรีให้เป็นวัฒนธรรมนานาชาติ ที่หอประชุมสิริรำไพพรรณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.) รำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี เมื่อเย็นวันที่21 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เป็นประธานเปิด มีนายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอว. ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการวช. นายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี รศ.พอพันธ์ สุทธิวัฒนะ รักษาราชการแทนอธิการบดี มรภ.รำไพพรรณี และรศ. ดร.สุกรี เจริญสุข ประธานมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นักวิชาการ สื่อมวลชน และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก

ศ. ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การจัดแสดงดนตรีครั้งนี้ถือเป็นการสร้างนวัตกรรมทางดนตรี และวัฒนธรรม ซึ่งปัจจุบันทางวช. และกระทรวงอว.ได้สนับสนุนในหลากหลายรูปแบบและหลากหลายมิติ รวมถึงเรื่อง wellness อันเป็นจุดเด่นของประเทศไทยที่จะใช้จุดนี้ทำให้บ้านเราเป็นเมืองน่าอยู่ เป็นเมืองท่องเที่ยว และเป็นเมืองแห่งสุนทรียะ ขณะที่งานวิจัยทางด้านดนตรีที่รศ.ดร.สุกรีทำอยู่นี้สามารถที่จะขยายผลได้มากมาย อาทิทำดนตรีของไทยเป็นดนตรีสมัยใหม่ที่ต่างชาติสามารถเข้าถึงได้ พร้อมบอกเล่าเรื่องราวและเหตุการณ์ของบ้านเมืองในสมัยก่อนที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน โดยเฉพาะในส่วนของจังหวัดจันทบุรีที่มีความร่วมมือค้าขายกับต่างชาติ และมีความเป็นนานาชาติมาตั้งแต่อดีต

“การแสดงดนตรีครั้งนี้ ยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติที่องค์การยูเนสโกยกย่องสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ในวาระครบรอบ 100 ปี พระราชกรณียกิจด้านการศึกษาและการพัฒนาสังคม และเรื่องสิทธิความเสมอภาคทางเพศ ซึ่งมรภ.รำไพพรรณีถือเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม”ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ด้านดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า ในส่วนของ วช. ได้สนับสนุนมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข ในโครงการนวัตกรรมดนตรี ซึ่งได้ประสานอัตลักษณ์และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นใน4ภูมิภาค พร้อมนำเสนอ ทั้งในส่วนของงานวิจัยและพัฒนา และการนำเสนอผ่านการแสดงดนตรีของวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า โดยนำเนื้อหาสาระที่ได้มีการศึกษาอัตลักษณ์ดนตรีพื้นถิ่นของแต่ละพื้นที่มาร้อยเรียง ซึ่งถือว่าเป็นงานวิจัยที่ใช้ดนตรีและศิลปวัฒนธรรมมาผสมผสานได้อย่างลงตัว
“เสียงเพลงและดนตรีที่จันทบุรีมีความหลากหลาย ทั้งเพลงของญวณ เขมร จีน ลาว ขอม รวมถึงอิทธิพลของบทเพลงนานาชาติทั้งฝรั่งเศส อังกฤษ โปรตุเกส ฮอลันดา และเพลงแขก บทเพลงเหล่านี้เป็นสิ่งวิเศษที่สามารถร้อยจิตใจทุกคนที่ได้ฟังใฟ้เกิดความรักและความผูกพันต่อกัน การแสดงของวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้าในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการบรรเลงบทเพลงทั่วไป แต่เป็นการเล่าเรื่องเมืองจันทบุรีผ่านเสียงดนตรี ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความทรงจำของผู้คนในท้องถิ่นให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งบนเวทีแห่งศิลปะร่วมสมัย ”ดร.วิภารัตน์ กล่าว

นายธวัชชัย กล่าวว่า ขอขอบคุณที่ทางวช.และมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข เลือกมาจัดแสดงดนตรีที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความสำคัญตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นเมืองท่าที่เรือสินค้าของไทยและต่างชาติต้องแวะจอดที่ท่าสยาม จันทบุรี มีสินค้าสำคัญทั้งเครื่องเทศและอัญมณี เป็นเมืองที่พระเจ้าตากสินมหาราชรวบรวมไพร่พล ก่อนกลับไปกอบกู้เอกราช และในสมัยรัชกาลที่5 พระองค์เสด็จประพาศจันทบุรีถึง 12 ครั้ง และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีทรงลือกจันทบุรีในการสร้างวังเป็นที่ประทับ ความสำเร็จของการจัดแสดงดนตรีครั้งนี้ จะช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของจันทบุรีออกสู่สากล ให้เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองประวัติศาสตร์มากยิ่งขึ้น
นายดนุพร กล่าวว่า การแสดงดนตรีในวันนี้ ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการดนตรีบ้านเรา โดยเฉพาะการบรรเลงของวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า ซึ่งรศ.ดร.สุกรีได้นำเพลงพื้นบ้านมาทำเป็นเพลงร่วม ผ่านเครื่องดนตรีสากลหลายสิบชิ้น เป็นจินตนาการที่เกินบรรยายจริงๆ
“ถ้ามีโอกาสอยากให้รศ.ดร.สุกรีจัดงานแบบนี้อีก และอยากเชิญชวนให้มาฟังกัน แล้วจะรู้ว่ามีศิลปินเก่งๆ ในบ้านเราอีกเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรศ.ดร.สุกรีที่ต้องเขียนโน้ตแล้วบรรเลงเครื่องดนตรี ดีด สี ตี เป่า มารวมกันเป็นเสียงดนตรีต้องใช้เวลานาน และต้องใช้จินตนาการอย่างสูงมาก ขอชื่นชมเป็นอย่างมาก”

ด้านรศ.ดร.สุกรี กล่าวว่า ประเทศไทยมีมรดกทางวัฒนธรรมดนตรี มีเพลงอยู่ตามชุมชนต่างๆนับหมื่น ซึ่งในเนื้อเพลงและดนตรีมีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและวิถีชีวิต รวมอยู่ในนั้น ดังนั้นจึงนำมาผสมผสานผ่านการบรรเลงของวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า ซึ่งเพลงที่อยู่ในชุมชนชาวสยาม โดยเฉพาะที่เมืองท่าจันทบุรี หรือเมืองท่าสยามนี้มีทั้งพวกโปรตุเกส ฮอลันดา อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน และญวน โครงการแสดงดนตรี “ท่าสยาม ท่าเรือนานาชาติจันทบุรี” จึงเป็นการนำงานวิจัยด้านดนตรีมาผสมผสานกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพื่อสร้างการเรียนรู้และถ่ายทอดคุณค่าทางวัฒนธรรมผ่านการแสดงดนตรีร่วมสมัย โดยมุ่งหวังให้บทเพลงท้องถิ่นได้รับการยกระดับสู่เวทีนานาชาติ และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมไทย
รศ.พอพันธ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณวช.-มูลนิธิอาจารย์สุกรีฯที่ให้โอกาสมรภ.รำไพพรรณีเป็นเจ้าภาพร่วมจัดแสดงดนตรี “ท่าสยาม ท่าเรือนานาชาติจันทบุรี” ซึ่งสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ผู้คนที่มาทั้งในมรภ.รำไพพรรณีเอง และประชาชนทั่วไปต่างชื่นชม ในฐานะที่มอบความสุขให้กับคนในจังหวัดจันทบุรี ทำให้ได้เห็นคุณค่าที่เป็นอัตลักษณ์ เป็นวัฒนธรรม เป็นศิลปะ โดยเฉพาะในเรื่องประวัติศาสตร์ ที่มีที่มาที่ไปของแต่ละเพลง และยังได้เปิดโอกาสใหนักศึกษาของสถาบันได้มาร่วมร้องร่วมรำทำเพลงด้วย

นายเมธี จึงสงวนสิทธิ์ กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ มรภ.รำไพพรรณี กล่าวว่า ขอขอบคุณรศ.ดร.สุกรี ที่นำวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้ามาแสดงที่เมืองจันท์ เท่ากับสร้างประวัติศาสตร์ และสร้างตำนานของที่นี่ ถือว่าชาวจันท์โชคดีที่ได้มีโอกาสได้ดูได้ชมคอนเสิร์ตระดับโลก ซึ่งโดยปกติผู้คนมักคิดว่าวงซิมโฟนีออร์เคสตร้าฟังยากต้องปีนบันไดขึ้นไปฟัง แต่วันนี้รศ.ดร.สุกรีนำมาบรรเลงเป็นเพลงไทยเดิมที่ฟังง่ายๆ
ด้านม.ล.ศิริเฉลิม สวัสดิวัตน์ หรือหมึกแดง ประธานมูลนิธิประชาธิปก-ลำไพพรรณี กล่าวว่า ดนตรีซิมโฟนีออร์เคสตร้าเป็นดนตรีของคนทั้งโลก เป็นภาษาสากลที่คนทั้งโลกเข้าใจได้ง่าย เมื่อรศ.ดร.สุกรีนำมาผสมผสานกับเพลงพื้นบ้าน ทำให้มีความเป็นไทยและสากลควบคู่กันไป โดยส่วนตัวมองว่าเป็นซอฟท์พาวเวอร์ที่ดีมากๆ และยิ่งได้มาแสดงในสถานที่ที่เป็นประวัติศาสตร์อย่างวังสวนบ้านแก้ว วังของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ในมรภ.รำไรพรรณียิ่งทรงคุณค่า ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนว่าความเป็นไทยเมื่อถูกยกระดับโดยฝีมือคนไทยก้าวไปสู่ระดับสากลที่น่าชื่นชม
“ผมอยากเห็นงานแบบนี้ถูกจัดขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ที่จันทบุรี แต่ในทุกๆจังหวัดที่มีอัตลักษณ์ มีประวัติศาสตร์ของตัวเอง เพราะจะช่วยส่งเสริมทั้งเรื่องของการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และสร้างความสุขให้คนในพื้นที่ได้จริงๆ ความรู้สึกที่ได้ชมการบรรเลงของวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้าวนนี้ ตื้นตันและมีความสุขที่ได้เห็นบทเพลงเก่าๆ บทเพลงที่มีคุณค่า ถูกนำมาเล่าใหม่ผ่านวงออร์เคสตร้าวงใหญ่ขนาดนี้ ซึ่งเสียงที่ออกมาทรงพลังมาก ต้องยอมรับในจินตนาการและฝีมือของรศ.ดร.สุกรี ที่ร้อยเรียงดนตรีหลากหลายชิ้นให้ออกมาเป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์แบบขนาดนี้ ถือเป็นกำไรชีวิต ทำให้คนฟังรู้สึกอิ่มเอม ภาคภูมิใจในศิลปินไทย บทเพลงไทย และเป็นการสนับสนุนคนทำงานศิลปะดนตรีในบ้านเราให้มีกำลังใจสร้างสรรค์ผลงานระดับโลกแบบนี้ต่อไป”
สำหรับเพลงที่นำมาร้องและบรรเลง โดยวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้าครั้งนี้ อาทิ เพลงมาร์ชจันทบุรี เพลงต้นวรเชษฐ์ (ต้นโปรตุเกส) เพลงจอมราชจงเจริญ(อังกฤษ) เพลงคลื่นกระทบฝั่ง(รัชกาลที่7) เพลงเขมรลออองค์(สำเนียงเขมร รัชกาลที่7 )และเพลงราตรีประดับดาว ฯลฯ
